100 ปีแห่งอนาคตกับของวิเศษโดเรมอนในปัจจุบัน

เป็นที่รู้กันว่าในวันที่ 3 กันยายนของทุกปี จะเป็นวันเกิดเจ้าหุ่นยนตร์แมวสีฟ้าที่มีของวิเศษมากมายอยู่ในกระเป๋าหน้าท้อง นั่นคือ โดเรมอน นั่นเอง ซึ่งปีนี้ถือว่าเหลือเวลาอีก 100 ปีก็จะเป็นวันเกิดที่แท้จริงของเจ้าแมวหุ่นยนตร์ตัวนี้ (วันเกิดที่แท้จริงคือ 3 กันยายน 2112 [พ.ศ.2655] ) โดยโดเรมอนถือว่าเป็นการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั้งโลกไปได้อย่างสบาย ซึ่งแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปขนาดไหน เจ้าแมวสีฟ้าและกลุ่มผองเพื่อนก็ไม่เคยไม่อยู่ในความทรงจำในวัยเด็กของใครหลายคนซึ่งสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนเมื่อได้ดูดาร์ตูนเรื่องนี้แล้วจะสนใจเป็นพิเศษก็คือ ของวิเศษต่างๆ ที่อยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของโดเรมอนที่เรียกว่า กระเป๋าสี่มิติ ที่ภายในจะเป็นอีกมิตินึงที่โดเรมอนใช้เก็บของวิเศษนั่นเอง วันนี้ก็เลยมาลองเปรียบเทียบว่าของวิเศษชิ้นไหนของโดเรมอน ที่มันสามารถเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันบ้าง (บางอย่างอาจจะคลาดเคลื่อนไป แต่ถ้าการใช้งานเหมือนกันก็ถือว่าเหมือนละกันนะครับ)1. คอปเตอร์ไม้ไผ่ ของวิเศษชิ้นนี้เป็นของวิเศษที่ขึ้นชื่อลือชามาก เด็กๆ ทุกคนอยากได้มันเป็นเจ้าของ เพราะสามารถพาเราไปที่ไหนก็ได้เพียงติดเจ้าชิ้นนี้ไว้ที่ศรีษะ ก็สามารถบินไปที่ต่างๆ ได้ จากการสืบค้นด้วย Google แล้ว พบว่ามี Gadget ชิ้นนึงที่มีความเหมือนอย่างมาก แต่ไม่ได้ใช้ติดที่ศรีษะนะครับ นั่นคือ GEN-H4 เป็นยานพาหนะที่ชาวญี่ปุ่น Gennai Yanagisawa คิดค้นขึ้น ซึ่งมันสามารถนำมาใช้ได้จริง แต่ในระยะสั้นเท่านั้น (อ่านเพิ่มเติม) 2. ผ้าคลุมล่องหน สำหรับผ้าคลุมผืนนี้ เป็นผ้าคลุมที่ทำให้เราสามารถซ่อนตัวได้โดยที่ไม่มีใครเห็น ซึ่งความคิดนี้อาจจะดูยากในความคิดเรา แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นเช่นเคย ก็ได้ประดิษฐ์มันขึ้นมาสำเร็จ […]
เมื่อเทคโนโลยีทำให้เราใกล้กัน

ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ก็อาจจะทำให้เกิดประโยชน์มากมายต่อมนุษย์ หรืออาจจะเกิดผลลบที่แย่มากๆ ต่อมนุษย์เช่นเดียวกัน วันนี้ผมขอพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยีและความสัมพันธ์ของมนุษย์ในปัจจุบันละกันหลังจากที่ผมได้ Hangout กับแม่ผ่านทาง Google+ ก็ทำให้คิดได้ว่า เทคโนโลยีพวกนี้มันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของคนเราที่อยู่ไกลกันมันใกล้กันได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีกอดอุ่นๆ หรือเสียงจริงๆ ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ถือว่าสิ่งเหล่านี้ สามารถทดแทนและทำให้เรารู้สึกว่าคนที่เราคุยกับเค้าอยู่ใกล้กับเราจริงๆบางคนอาจจะคิดไม่ถึงซะด้วยซ้ำว่า จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะวันๆ ก็แต่กด Like จิ้ม Share อยู่แค่นั้น ประโยชน์ของพวกมันก็มีมหาศาลบานตะไทนะครับ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำยังไงให้มันเป็นประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณไม่ได้พบเพื่อนเก่าสมัยอนุบาลมานาน ถ้าลองใช้ Facebook ค้นหา รับรองว่ายังไงก็เจอ (ถ้าเรามี List เพื่อนที่เป็นเพื่อนอนุบาลด้วยกันอย่างน้อยหนึ่งถึงสองคน) หรือถ้าคุณเป็นเจ้านายแล้วการประชุมอะไรซักอย่างในวันหยุด จะเรียกให้ลูกน้องมาที่ษริษัทก็เสียน้ำใจเปล่าๆ ลองมาใช้ Google Hangout นัดประชุมออนไลน์จะช่วยคุณได้เยอะเลยทีเดียว หรือหากเก็บภาพประทับใจของคุณและคนรักก็สามารถถ่ายลง Instagram ได้อีกตะหากเห็นมั้ยครับว่าเทคโนโลยีพวกนี้มันทำให้ความสัมพันธ์ของเราใกล้กันมากขึ้นจริงๆ ซึ่งหากคิดดีๆ มันขึ้นอยู่กับตัวคุณเองมากกว่าว่าจะใช้ประโยชน์อะไรจากสิ่งเหล่านี้ได้บ้าง แต่ก็ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณเสมอนะครับ เพราะมันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณและคนรอบข้างลดต่ำลงได้ยกตัวอย่างเช่น มีเพื่อนโพสข้อความดูหมิ่นหรือรูปภาพที่ผิดต่อกฎหมายใน Facebook ของคุณ, ใช้ Google Hangout ต่อว่าหรือด่าทอคุณต่อคนจำนวนมากใน Circle, ถ่ายภาพคุณและกิ๊กลง Instragram […]
ระวังให้ดี นักวิจัยกำลังทดลองแฮกข้อมูลในสมอง!

กลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวและไม่คิดว่าการจะพยายามแฮกข้อมูลในสมองของเรากำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งมีการนำเสนอผลงานวิจัยนี้ที่งานกระประชุมวิชาการทางด้านความปลอดภัย (USENIX) ครั้งที่ 21 ได้นำเสนอว่าการแฮกข้อมูลผ่านสมองอาจจะกลายเป็นจริงขึ้นมา การวิจัยไม่ไ่ด้มุ่งเน้นเรื่องของการแฮกข้อมูลที่เกิดจากสิ่งลี้ลับหรือสิ่งเหนือธรรมชาติต่างๆ แต่พวกเค้ากำลังศึกษาไปที่ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ในราคาถูกที่ใครก็จับจองได้ เช่น หูฟัง Emotiv’s EPOC ที่มันสามารถช่วยให้คุณควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยคลื่นสมอง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าที่มีคนหัวใส สร้างโปรแกรมประเภทมัลแวร์ต่างๆ แฝงเข้าไปเพื่อเจาะเอาข้อมูลออกมา ศูนย์การวิจัยเกี่ยวกับคลื่นสมอง ได้ทดลองเรื่องนี้ โดยใช้หนูทดลอง 28 ตัวมาใส่หูฟังเข้าไป จากนั้นก็ให้หนูดูภาพต่างๆ เช่น เลขบัตรเครดิต สิ่งของต่างๆ หรือถามคำถามให้หนูตทดลองฟัง ปรากฎว่าคลื่นสมองที่ปล่อยออกมาแล้วทำการวิเคราะห์ด้วยซอฟต์แวร์ประมวลผลสัญญาณ นักวิจัยสามารถที่จะพบข้อมูลส่วนตัวประมาณ 15-40 เปอร์เซ็นต์จากความถูกต้องทั้งหมด จากนี้ไปเรื่องของการขโมยข้อมูลทางความคิดก็จะกลายเป็นเรื่องน่ากลัวไปซะแล้ว ซึ่งเราคนพวกนี้อาจจะใช้ประโยชน์เพื่อขโมยหมายเลขบัญชีธนาคารของคุณ เลขที่บัตรเครดิต น้ำหนัก หรือค้นหาว่าเงินที่คุณซ่อนไว้อยู่ใต้หมอนหรือไม่ ก็เป็นได้นะครับ Source : http://gizmodo.com/5938279/researchers-are-trying-to-hack-your-brain
รถเมล์พ่วง ทางเลือกโดยสารใหม่ของชาวเยอรมัน

ยุคสมัยที่เราต้องเดินทางแบบนี้ หลายคนเลือกที่จะใช้รถยนตร์ส่วนตัวบ้างเพราะสะดวก บางคนก็รถไฟ นั่งชิวๆ ดูธรรมชาติเพลินๆ หรือเลือกใช้รถโดยสารประจำทาง ที่เราเรียกติดปากว่า รถเมล์ ซึ่งถ้าเป็นของประเทศไทย คนที่ใช้บริการใหม่ๆ จะทราบดีว่า ในตอนเช้าและตอนเย็น แทบจะเบียบเสียดกันจนไม่อยากขึ้น แต่ที่เมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมัน ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับชาวเมือง นั่นคือ รถเมล์พ่วง ที่ยาว 30 เมตรต่อกัน 3 คัน (รวม 90 เมตร) คันนึงก็จุคนได้ประมาณ 256 คน โดยเคลื่อนที่ด้วยระบบไฮบริด ซึ่งสามารถใช้น้ำมันและไฟฟ้าได้ด้วย มันสามารถเคลื่อนที่ได้ 8 กิโลเมตรจากพลังงานแบตเตอรรี่ล้วยๆ โดยจะไปรับผู้โดยสารตามเมืองที่วุ่นวายต่างๆ ซึ่งเจ้ารถคันนี้ ผู้ขับรถโดยสารทุกคนก็สามารถขับได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาติพิเศษอีกด้วย ซึ่งเจ้ารถเมล์พ่วงคันนี้ ออกแบบโดย Fraunhofer Institute for Transportation และ Infrastructure Systems IVI ในเมือง Dresden และ the Technical University Dresden ซึ่งผู้สร้างบอกว่า รถเมล์ดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบในสถานที่ต่างๆ […]